ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญ
ทั้งการบริโภคภายในประเทศและส่งออกไปในตลาดโลก จากข้อมูลสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรในปีพ.ศ.
2543 ประเทศไทยผลิตข้าวได้รวม 24.2 ล้านตันข้าวเปลือกใช้เพื่อการบริโภค
ทําพันธุ์และอื่น ๆ ในประเทศรวม 13.6 ล้านตัน ข้าวเปลือก ส่งออกไปขายในตลาดโลก 9.2
ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 6.1
ล้านตันข้าวสาร มีมูลค่า 67,914 ล้านบาท และในปีพ.ศ. 2544 ประเทศไทยสามารถผลิตข้าว ได้รวม 27
ล้านตันข้าวเปลือกใช้เพื่อการบริโภคทําพันธุ์และอื่น ๆ ในประเทศ รวม 15 ล้านตันข้าวเปลือก
ส่งออกไปขายในตลาดโลกประมาณ 12 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 7 ล้านตันข้าวสารการผลิตข้าวมีแนวโน้มมากกว่าความต้องการของตลาดโลก
ทั้งนี้เนื่องจากผลของการควบคุมจํานวนประชากรในประเทศต่าง
ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะประเทศที่กําลังพัฒนา นอกจากนี้เทคโนโลยีในการ
ผลิตข้าวมีความก้าวหน้ามากขึ้น ทําให้ผู้ซื้อข้าวสามารถผลิตข้าวใช้ในประเทศได้มากขึ้น
ปริมาณการนําเข้าจึงลดลง
ข้าวเป็นสินค้าเกษตรที่มีเป้าหมายเพื่อการส่งออก
ดังนั้นราคาข้าวจะถูกกําหนดจากปริมาณความต้องการ
และปริมาณข้าวในตลาดโลก ถ้าปริมาณข้าวมีมากกว่าความต้องการ
ราคาข้าวในตลาดโลกจะลดลงและราคาข้าว
ในประเทศไทยก็จะลดลงด้วย ต้นทุนการผลิตข้าวของเกษตรกรไทยค่อนข้างสูงโดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปีข้อมูลการผลิตในช่วงปี
2538
– 2543 ข้าวนาปีมีต้นทุนการผลิตต่อต้นเฉลี่ย 4,160 บาทในปี 2538/39
และเพิ่มขึ้น ประมาณ 4,800 บาท ในปี 2542/43 ในขณะที่ข้าวนาปรังมีต้นทุนการผลิตต่อต้นเฉลี่ย
2,700 บาทในปี2538/39 และเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3,200 บาท ในปี 2541/42
ถึงแม้ราคาข้าวนาปีที่ เกษตรกรได้รับจะสูงกว่าข้าวนาปรัง แต่ผลตอบแทนสุทธิต่อตัน
ก็ยังน้อยกว่าข้าวนาปรังโดยเฉลี่ยประมาณ 1 เท่าตัว โดยในปี 2541/42
ข้าวนาปีมีผลตอบแทนสุทธิต่อตัน 914 บาทและข้าวนาปรัง มีผลตอบแทนสุทธิ ต่อตัน 1,825
บาท ทั้งนี้เนื่องจากผลผลิตต่อไร่ของข้าวนาปีอยู่ในระดับต่ำ
และการเพิ่มผลผลิตทําได้ยาก
เนื่องจากข้อจํากัดของพื้นที่การปลูกซึ่งไม่สามารถ
ควบคุมน้ำได้รวมทั้งสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม
-
พันธุ์ข้าวที่แนะนําให้เกษตรกรปลูก
ยังไม่สามารถครอบคลุมพื้นที่การปลูกได้อย่างเหมาะสม - เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม
(Good
Agriculture Practice : GAP) ยังไม่มีรายละเอียดที่จะใช้ แนะนํา
เฉพาะพื้นที่ หรือเฉพาะพันธุ์
-
การวิจัยและพัฒนาด้านการแปรรูปส่วนใหญ่เป็นการแปรรูปแบบง่าย ๆ มีมูลค่าเพิ่มน้อยและยังไม่
สามารถนําไปสู่การเป็นผู้นําในการแปรรูปสู่อุตสาหกรรมการส่งออก -
การประชาสัมพันธ์และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เกษตรกรมีค่อนข้างน้อย -
การค้าข้าวภายใต้องค์การค้าโลก (WTO) ถูกกีดกันมากขึ้น
โดยอ้างถึงการรักษาสภาพแวดล้อม
-
ถึงแม้ผลผลิตเฉลี่ยของประเทศจะอยู่ในระดับต่ำ
โดยเฉพาะข้าวนาปีซึ่งประมาณมากกว่าร้อยละ
50
อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 และ กข6
เป็นส่วนใหญ่อย่างไรก็ตามพื้นที่ทาง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายพื้นที่มีศักยภาพที่สามารถปลูกข้าวดอกมะลิ 105
ได้ผลผลิตสูงถึง 500 -600 กิโลกรัม/ไร่
-
พื้นที่ในเขตชลประทานซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิตมีการขยายตัวมากขึ้น
โดยจากข้อมูลของกรมชลประทาน
พื้นที่ชลประทานของประเทศเพิ่มจาก 28,685,480 ไร่ ในปี 2537 เป็น29,931,635 ไร่
ในปี 2541 - กรมวิชาการเกษตร มีทรัพยากรข้าวที่หลากหลายซึ่งสามารถนํามาใช้ในการพัฒนาพันธุ์ความต้องการของตลาด
ทั้งภายในและต่างประเทศได้ทั้งในด้านการบริโภคโดยตรงและแปรรูป - กรมวิชาการเกษตร
มีเทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม (GAP) เพื่อปรับใช้สําหรับการผลิตข้าวในนิเวศต่าง
ๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตข้าว ที่ดีทั้งปริมาณและคุณภาพ - จากข้อตกลงทางการค้าภายใต้ WTO
ไทยมีโอกาสที่ส่งส่งออกข้าวเข้าไปตลาดโลกได้ประโยชน์และความสำคัญ
1.
ข้าวเป็นอาหารหลักของไทย
2.
ขายเป็นสินค้าออกที่สําคัญทํารายได้ให้แกประเทศเป็นอันดับหนึ่ง
3.
สามารถเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น
4.
ทํารายได้แก่เกษตรกร


เนื้อหาดีมากๆค่ะ
ตอบลบไมรู้คอมเครื่องอื่นเป็นมั้ยนะคะ แต่ของเรา ตัวหนังสือค่อนข้างเล็กค่ะ อยากให้แบ่งหัวข้อให้อ่านได้ง่าย โดยส่วนของเนื้อหาน่าสนใจค่ะ เพราะข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย
ตอบลบขอบคุณค่ะ แต่พยายามเปลี่ยนแล้ว มันก็เป็งเหมือนเดิมอ่ะ
ลบดีมากเลยค่ะ
ตอบลบยอดเยี่ยมครับ
ตอบลบเนื้อหาดีมากค่ะ
ตอบลบ